จำไว้ให้ดี ห้ามค้ำประกันหนี้ให้ใครเด็ดขาด

จำไว้ให้ดี ห้ามค้ำประกันหนี้ให้ใครเด็ดขาด

เพราะอะไรน่ะหรือครับ เพราะเมื่อผู้ยืมไม่จ่าย ผู้ค้ำประกันก็ต้องจ่าย

เจ้าหนี้ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันอย่างแน่นอน และโดยมากเมื่อมีการบังคับคดี

มักจะเป็นผู้ค้ำประกันที่มีทรัพย์สินให้ยึด

หรือมีเงินเดือนให้อายัดกันอยู่เสมอ

มีเรื่องจริงเรื่องหนึ่งเ ล่ าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์..!!

ลุงคนหนึ่ง ไปค้ำประกันรถไถยี่ห้อดังให้ญาติ

ซึ่งญาติคนนี้ เป็นญาติสนิทบ้านติดกัน

ปรากฏว่า ญาติไม่จ่าย บริษัทรถไถก็ฟ้อง

ฟ้องทั้งลูกหนี้และผู้ค้ำประกันทั้งสองคน

เจ้าหนี้บังคับคดี โดยอายัดสิทธิเรียกร้อง

ของผู้ค้ำประกันคนหนึ่ง ซึ่งก็คือ ลุงคนนี้ล่ะ

ส่วนญาติซึ่งเป็นลูกหนี้ ไม่มีทรัพย์สินอะไร

หนำซ้ำยังเดินลอยหน้าลอยตาให้เห็น

ไม่รู้สึก ทุ ก ข์ ร้อนอะไรอย่างใดทั้งสิ้น

จนลุงทุ ก ข์ใจแทบอ ย า กจะหายไปจากโลกนี้

ครอบครัวลูกหลาน

ก็พา ทุ ก ข์ใจไปด้วย เดือดร้อนกันไปหมด

เวลาเจ้าหนี้ฟ้องบังคับชำระหนี้กับลูกหนี้ เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้

เป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยที่ 2 เสมอ

เมื่อลูกหนี้และผู้ค้ำประกันมาศาล และมีการตกลงประนีประนอม

ยอมความกัน ลูกหนี้ตกลงผ่อนชำระให้กับเจ้าหนี้

แต่เมื่อลูกหนี้ ผิ ดนัดไม่ผ่อนชำระหนี้ เจ้าหนี้จะดำเนินการสืบทรัพย์

จำเลยทุกคน หากเจอของใครก็จะบังคับคดีเ อ ากับคนนั้น

ซึ่งโดยมาก หวยมักจะออกที่ผู้ค้ำประกัน

เนื่องจากเจ้าหนี้มักกำหนดคุณสมบัติของผู้ค้ำประกันเ อ าไว้

แล้วตอนทำสัญญา จึงไม่แปลก ที่มักจะพบทรัพย์สินของผู้ค้ำประกัน

มากกว่าที่จะพบทรัพย์สินของลูกหนี้

นี่แหละครับ เรื่องของการเป็นผู้ค้ำประกัน..!!

ซึ่งหากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช่คนในครอบครัวจริงๆ เช่น พ่อ แม่ แท้ๆ

ของเรา ลูกของเรา สามีหรือภ ร ร ย า โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา

ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะครับว่า “ห้ามค้ำประกันหนี้ให้ใครโดยเด็ดขาด”

โดยเฉพาะ ญาติพี่น้อง เพื่อน แฟนที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส

รวมไปถึงพี่น้องแท้ๆ บางคน ก็ต้องระวังให้มากเช่นกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งช้ำใจ กลุ้มใจ

ผู้เขียนเอง ก็ยึดหลักนี้มาโดยตลอดเช่นกัน ให้ช่วยอะไร

ช่วยได้หมดทุกเรื่อง มีข้อยกเว้นอยู่เพียงสองเรื่องเท่านั้น

คือ ให้เป็นผู้ค้ำประกัน และ ให้ยืมเงิน

เพราะเคยเจอประสบการณ์ไม่ดีมาเช่นกัน ก่อนให้เราค้ำประกัน

ก่อนจะยืมเงินเรา จะพูดทุกอย่างส า รพัดจนดูดีไปหมด น่าเห็นใจ

น่าสงส า รอย่างที่สุด แต่เมื่อมีปัญหาแล้ว เปลี่ยนเป็นคนละคน

เขาถึงว่า “ไม่โดนกับตัวเอง ไม่มีวันเข้าใจ” ดังนั้น

ไม่ค้ำประกันให้ใครเลย ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด…!!ว่าไหมครับ…?

ขอบคุณแหล่งที่มา คิดสิ

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า