เคาะเยียวย าเพิ่ม กลุ่มไหนได้รับเงินบ้าง
เคาะเยียวย าเพิ่ม กลุ่มไหนได้รับเงินบ้าง
ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมาตราการเยียวย าให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพ ร่ระบา ดของโควิ ด ในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 39 และมาตรา 40
ล่าสุดได้มีมาตราการเยียวย านายจ้าง ในกลุ่มเอสเอ็มอี เยียวย าเด็ กเล็ก มาตรการบรรเทาภาระค่าไ ฟฟ้าและค่าน้ำประปา ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วม
ล่าสุดเพจแจ้งข่าวประกันสังคม ได้สรุปเคาะเยียวย าเพิ่ม
– ผู้ประกันตนรับอีก 3,000 บาท (นายจ้าง)
– ศูนย์เด็ กเล็กรับ 2,000 บาท
– พร้อมช่วยเหลือเกษตรกร
– ช่วยเหลือค่าน้ำค่าไ ฟ 1 ปี
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ โครงการเยียว ย าใหม่ เพื่อสนับสนุนการจ้างงานของเอสเอ็มอี ที่อยู่ในระบบประกันสังคมกว่า 4 แสนราย โดยจะจ่ายเงินเยียวย า นายจ้าง เพื่ออุดหนุนการจ้างงาน ตามจำนวนลูกจ้างคนละ 3,000 บาท นาน 3 เดือน จากจำนวนลูกจ้างสูงสุด 200 คน เท่ากับเดือนละ 6 แสนบาท
คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเงินเยียวย านายจ้าง
ต้องเป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม
มีการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยไม่เกิน 200 คน
ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในเดือนตุลาคม 2564
รับเงินอุดหนุนในเดือนที่ 1-3 (ตั้งแต่พฤศจิกายน 2564 ถึงมกราคม 2565)
เงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุนจ้างงาน
รัฐจ่ายเงินอุดหนุน เพื่อส่งเสริมและรักษาการจ้างงานให้แก่นายจ้าง ให้กับลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวนไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน
เงินอุดหนุนคำนวณตามยอดการจ้างจริงทุกเดือน โดยพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม
นายจ้างจะต้องรักษาการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 95% ตลอดระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ
หากมีการจ้างงานต่ำกว่า 95% จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนในเดือนนั้น
กรณีนายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มตามจำนวนการจ้างงานจริง ไม่เกิน 5% ของจำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย ณ วันเริ่มโครงการ
ไทม์ไลน์ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 20 ตุลาคม -20 พฤศจิกายน 2564
-ยืนยันเข้าร่วมโครงการ
-เลขบัญชีธนาคาร
-ทราบยอดการจ้างงาน ณ เดือนที่เข้าร่วมโครงการ
จ่ายเงินอุดหนุนวันทำการสุดท้ายของเดือน 30 พฤศจิกายน 2564 – 31 มกราคม 2565
-เดือนที่ 1 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564
-เดือนที่ 2 วันที่ 30 ธันวาคม 2564
-เดือนที่ 3 วันที่ 31 มกราคม 2565
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าโครงการดังกล่าว มีเ ป้าหมายส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงาน สร้างความแข็งแรงให้แก่ธุรกิจ คาดว่าจะรักษาระดับการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยในธุรกิจ SMEs ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 ราย ที่มีสถานประกอบการจํานวน 480,122 แห่ง สามารถรักษาการจ้างงานลูกจ้างได้ 5,040,176 คน
ครม. ยังมีมติเห็นชอบขย ายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไ ฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงกันย ายน 2565 เป็นเวลา 12 เดือน
ลดค่าไ ฟฟ้า
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน จะได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าวงเงิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด ผู้ถือบัตรฯ ที่ยังไม่เคยได้สิทธิ์ลดค่าไฟฟ้ามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิ์ สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ได้ที่ สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ พร้อมทั้งแสดงบัตรเพื่อยืนยันตัวตน
ลดค่าน้ำ
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสนับสนุนค่าน้ำประปาวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท
ผู้มีบัตรฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท ต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากมีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาท โดยผู้มีบัตรฯ จะเป็นผู้รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด
ผู้มีบัตรฯ ที่ไม่เคยใช้สิทธิ์ลดค่าน้ำประปามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิ์ สามารถไปลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งแสดงบัตรฯ เพื่อยืนยันตัวตน
เคาะเยียวย าเพิ่ม เ ด็กเล็ก 2,000 บาทต่อคน
ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 1,320 ล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อใช้ในโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพ ร่ระบ าดของโร คโควิ ด
สำหรับการช่วยเหลือเด็ กเล็กในศูนย์พัฒนาเ ด็กเล็ก จำนวน 660,318 คน ในสังกัดอปท.รวม 18,540 แห่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยจ่ายเป็นเงินเยียวย าลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครอง รายละ 2,000 บาทต่อคน จะทำให้กลุ่มเ าหมายของโครงการที่อยู่ในความรับผิ ดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1,389,722 คน (จากเดิมที่ไม่ครอบคลุมเด็ กเล็ก) และกรอบวงเงินโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 2,779 ล้านบาท
ประเด็นเงินช่วยเหลือเกษตรกร สำหรับที่โดนน้ำท่วม
เงินช่วยเหลือเกษตรกร ข้าว พืชไร่ ไม้ผล ไร่ สำหรับเกษตรกรที่โดนน้ำท่วม ปี 2564 ข้าว พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น
กระทรวงเกษตรฯ ปรับหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ และอัตราการจ่ายเงินใหม่ พร้อมแนะวิธีขอรับเงิน
หลักเกณฑ์เงินเยียวย าเกษตรกรน้ำท่วม 2564
– เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย
– มีพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภั ยพิบั ติกรณีฉุ กเ ฉิน พ.ศ. 2564
กระทรวงเกษตรฯ เร่งสำรวจช่วยเหลือพื้นที่เกษตรที่ประสบภั ยพิบัติ ช่วยตามจริงครัวเรือนไม่เกิน 30 ไร่

เกษตรจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบภัยเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสี ยหายของพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด เพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง พร้อมให้คำแนะนำแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่แ ก่เกษตรกร รวมถึงเตรียมสำรองพัน ธุ์พืช เพื่อสนับสนุนเกษตรกรได้ทันท่วงที









