5 อาหารกินบ่อยหน้าแ ก่ เ ลี่ยงได้ควรเลี่ ยง

สาวๆ คนไหนที่รู้สึกว่าหน้าโ ทรม ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวกายก็หมอง ไ ม่สดใสเปล่งปลั่ง  ดูเหมือนคนสูงวัย ทั้งๆ ที่อายุเพิ่งจะยี่สิบปลายๆ หรือสามสิบต้นๆ เท่านั้น หรือนี่อาจเป็นเพราะสุขภาพไ ม่ดีจากภายใน? อาเป็นเพราะคุณกิจ “อาหาร” ที่ทำให้ “แ ก่เร็ว”

รู้หรือไ ม่? มีอาหารอยู่ 5 ประเ ภท หากกินเยอะๆ กินบ่อยๆ ก็จะทำให้แ ก่เร็วเกินอายุจริง โดย วนะพร ทองโฉม นักวิชาการฝ่ายโภชนาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพย าบาลรามาธิบดี มหาวิทย าลัยมหิดล ให้ข้อมูลที่น่าสนใ จไว้ว่า อาหารที่ทำให้แ ก่เร็ว เป็นกลุ่มอาหารที่ทำล ายสุขภาพของคนไทย แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แ ก่

1. เครื่องดื่มน้ำตาลสูง

กลุ่มแรก ก็คือ คาร์โบไฮเดรตขัดขาว รวมถึงน้ำตาลทรายขัดขาว การได้รับมากเกินไปจะทำให้แ ก่เร็วขึ้น อย่างน้ำตาลในชา กาแฟ ที่เรากินทุกเช้า ใส่น้ำตาลมากถึง 12 ช้อนชาต่อแก้ว (16 ออนซ์) หรือน้ำอัดลม มีน้ำตาลอยู่ 7 ช้อนชาต่อ 1 กระป๋อง และน้ำผลไม้มีน้ำตาลอยู่ 6 ช้อนชาต่อแก้ว

ถ้าเราได้รับน้ำตาลมากเกินไป เมื่อเข้าไปในร่างกายก็จะไปจับกับโปรตี น แล้วเกิดปฏิกิริย าไกลเคชั่น ก่อให้เกิดสา รเร่งแ ก่ ที่เรียกว่า Advanced Glycation End Products (AGEs) ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่มากเกินไป ทำให้คอลลาเจนขาดความยืดหยุ่น เป็นที่มาของความแ ก่ได้

สำหรับการรับประทานน้ำตาลให้เหมาะสม คือ 10% ของพลังงานที่เราใช้ทั้งวัน หรือคิดง่ายๆ คือ ไ ม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เฉลี่ย 2 ช้อนชาต่อมื้อ

2. อาหารกลุ่มปิ้ง ย่ าง ทอด

อาหารกลุ่มปิ้งย่ าง และอาหารทอด ก็มีปัจจัยเร่ งให้เกิดส าร เร่ งแ ก่มากขึ้น เช่น ไก่ทอดมีส ารเร่ งแ ก่มากกว่าไก่ต้ม 9 เท่า ส่วนมั นฝรั่งทอด (เฟรนช์ฟราย) มีสา รเร่ งแ ก่มากกว่ามั นฝรั่งต้ม มากถึง 90 เท่า

ถ้าจะทานของทอด ให้หลีกเลี่ยงกระบวนการทอดซ้ำ ส่วนอาหารปิ้งย่า งให้ใช้ใบตองหรือแผ่นฟอยล์ห่อหุ้มเ นื้อสัตว์ก่อนนำไปย่า ง เพื่อลดอนุมูลอิสระและสา รก่อมะเร็ งที่มาจากคราบเขม่าไหม้ดำ จึงช่วยลดสา รเร่ งความแ ก่ได้

วิธีที่แนะนำในการปรุงอาหาร คือ ใช้อุณหภูมิความร้อนพอดีๆ ไ ม่ร้อนจัด เน้นการปรุงแบบต้ม นึ่ง ผัด ก็จะช่วยป้องกันทั้งส ารก่อมะเร็ ง และส ารเร่ งแ ก่ได้

3. ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์

การกินอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และภาวะการอักเส บขึ้นภายในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันทรานส์ เช่น เนยเทียม ครีมเทียม และของทอดที่เราซื้อจากนอกบ้าน (ไขมันทอดซ้ำ) ถือว่าเป็นไขมันทรานส์ทั้งนั้น

รวมถึงไขมันอิ่มตัว คือ ไขมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เหล่านี้ก็เป็นตัวการกระตุ้ นให้เกิด ‘ส ารเ ร่งแ ก่’ ได้มากเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังมีพวกไขมั นอิ่มตัวแฝง ก็คือ เนื้ อสั ตว์แปรรูปต่างๆ เช่น ไ ส้กรอก หมูยอ แฮม เบคอน กุนเชียง ฯลฯ ไขมันเหล่านี้จะแทรกซึมลงไปตามเซลล์ผิวหนั งของเรา ทำให้ผิวหนั งของเราได้รับประโยชน์ได้ไ ม่เพียงพอ ทำให้เกิดความแ ก่ขึ้นมาได้

คำแนะนำสำหรับการบริโภคไขมัน คือ ให้ทานได้ไ ม่เกิน 30% ของพลังงานทั้งวัน หรือคิดง่ายๆ คือ ไ ม่ควรบริโภคน้ำมันเกิน 6 ช้อนชา ต่อ 1 วัน เฉลี่ย 2 ช้อนชาต่อมื้อ

และควรเลือกรับประทานน้ำมั นที่มีคุณภาพ เป็นกลุ่มน้ำมั นที่มีไขมั นไ ม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันเมล็ดชา

4. เครื่องดื่มแ อลกอฮ อล์

ในทางโภชนาการ เครื่องดื่มแ อลกอฮอ ล์ ถือเป็นพลังงานว่างเปล่า กินเข้าไปแล้วร่างกายไ ม่สามารถเอามาใช้เป็นพลังงานได้ พอใช้ไ ม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งไขมันสะสมนี้ร่างกายจะเกิดปฏิกิริย าออกซิเดชั่น ทำให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินไป ความแ ก่ก็ตามมาเร็ว

นอกจากนี้ แอ ลกอฮ อล์จะไปขัดขวางการดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ในการต่อต้ านอนุมู ลอิสระ ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเหล่านั้นไ ม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เกิดอนุมู ลอิสระมากขึ้นไปอีก ดังนั้นถ้าใครยิ่งดื่มแ อลกอฮอ ล์มากเป็นประจำก็จะยิ่งทำให้แ ก่เร็ว

5. อาหารปนเปื้ อนส ารพิ ษ

กลุ่มอาหารปนเปื้ อนส ารเ คมี ส ารพิ ษ เช่น อาหารที่มีการปนเปื้ อนส ารตะกั่ว เช่น อาหารริมทางที่ไ ม่มีภาชนะคลุมปิดให้มิดชิด หรือพวกอาหารหมักดองต่างๆ ที่มีเชื้ อแบ คทีเรี ยก่อโร ค เมื่อร่างกายได้รับเข้าไป ร่างกายเกิดกระบวนการกำจั ดส ารพิ ษ ซึ่งกระบวนการนี้จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระสูง เป็นสาเห ตุของการแ ก่เร็วนั่นเอง

ที่มา : Mahidol Channel

ใส่ความเห็น